รองศาสตราจารย์ ดร.มาฆะ  ขิตตะสังคะ  

               จากการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการนานาชาติ เมื่อวันที่ 10 -12 พฤศจิกายน 2546 เรื่อง "New Social Contracts for Human Security : Social and Economic Development for Human Security" โดยมี Centre for Applied Philosophy and Public Ethics, Australia, คณะกรรมการสภาวิจัยแห่งชาติ สาขาเศรษฐศาสตร์, กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์, เทศบาลนครพิษณุโลก ร่วมเป็นเจ้าภาพ และคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนเรศวรเป็นเจ้าภาพหลักในการจัดประชุมสัมมนาฯ มีสาระสำคัญสรุปได้ดังนี้
               ที่ประชุมได้สรุปความหมายของพันธสัญญาใหม่ของสังคม(new social contracts) และความหมายของความมั่นคงของมนุษย์(human security) โดยความหมายของพันธสัญญาของสังคม หมายถึง มาตรการและข้อกำหนดที่ชุมชนและสังคมร่วมทำการตกลง และยอมรับถึงผลที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติตามมาตรการ และข้อกำหนดที่เป็นพันธสัญญาของชุมชนและสังคมนั้น
               "ความหมายของความมั่นคงของมนุษย์ หมายถึง การให้ความสำคัญต่อแนวทางปฏิบัติด้านสิทธิมนุษยชนที่มนุษย์ในสังคมพึงได้รับการสนองตอบในความทัดเทียมด้านปัจจัยพื้นฐานของชีวิตที่เอื้อต่อการดำรงชีวิตในสังคมด้วยความมั่นคงปลอดภัย โดยปราศจากการปฏิบัติต่อกันที่รุนแรง เคารพศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์สามารถอยู่ร่วมกันในสังคมอย่างสมดุลระหว่างการดำเนินวิถีชีวิตทางสังคมเศรษฐกิจและสภาวะแวดล้อม ทั้งนี้ ภาครัฐภาคประชาชนและองค์กรปฏิบัติงานควรยึดหลักความเสมอภาค เพื่อผดุงส่งเสริมให้ชุมชนและสังคมสามารถพัฒนาขึ้นตามศักยภาพและความสามารถตามพันธสัญญาที่ตกลงร่วมกัน"
               การนำเสนอผลงานทางวิชาการ และประสบการณ์จากการทำงานของผู้เข้าร่วมประชุมเป็นการนำเสนอทางความคิดและทฤษฎีที่หลากหลาย เพราะปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นปรากฏการณ์ของโลกที่ทุกคนสามารถรวมตัวเพื่อต่อสู้กับความไม่มั่นคงปลอดภัย  เช่น  ด้านการก่อการร้าย  ความยากจน  ความไม่ยุติธรรม  ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับสตรี เด็ก  ผู้ด้อยโอกาส  รวมตลอดถึงสภาพแวดล้อมที่ถูกทำลายโดยปราศจากผู้รับผิดชอบ
               การนำเสนอรายงานของผู้เข้าร่วมประชุม ชี้ให้เห็นถึงสภาพและสถานการณ์ของประเทศในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก เป็นสังคมในระยะของการปรับเปลี่ยนจึงสะท้อนถึงปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างรุนแรงและยังคงเป็นปัญหาที่เรื้อรัง มีผลกระทบต่อความมั่นคงของมนุษย์ เช่น ความรุนแรงที่เกิดขึ้นกับผู้หญิงและครอบครัว การกระจายรายได้ที่ไม่ทัดเทียม การไม่มีสิทธิเสรีภาพและการถูกตัดขาดจากสังคมของกลุ่มยากจนและด้อยโอกาส หนทางที่นำไปสู่ความเป็นไปได้ในการสร้างความมั่นคงของมนุษย์ ที่ผู้เข้าร่วมประชุมมีความเห็นสอดคล้องร่วมกัน คือ ความรับผิดชอบของชุมชนและการมีส่วนร่วมรับผิดชอบของภาครัฐด้วย
               การไปสู่เป้าหมายการเสริมความมั่นคงของมนุษย์อย่างบรรลุผลได้นั้น ทุกคนในสังคมต่างถือว่าทุกคนเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและต้องเรียนรู้ ทำความเข้าใจร่วมกันต่อพันธสัญญาเพื่อเสริมสร้างสังคมอย่างผู้มีความรับผิดชอบ ที่อยู่บนพื้นฐานของการปฏิบัติต่อกันโดยคำนึงถึงจริยธรรมและสิทธิมนุษยชน
               การปรับเปลี่ยนนโยบายของรัฐบาลในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิกในปัจจุบัน ได้ให้ความสำคัญไปสู่นโยบายสังคมมากขึ้น ให้ประชาชนมีความมั่นคงปลอดภัย มีอิสรภาพในการดำรงชีวิตอย่างมีความสุขซึ่งมีความหมายที่กว้างกว่าการคำนึงถึงการพัฒนาทางเศรษฐกิจ หรือความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีและความทันสมัยทางสังคม เพราะการที่บุคคลและครอบครัวมีรายได้เพิ่มขึ้น ย่อมมีผลให้บุคคลและครอบครัวได้รับปัจจัยขั้นพื้นฐานที่สามารถตอบสนองต่อการดำรงชีวิต
               ความต้องการขั้นพื้นฐานของมนุษย์ที่ต้องสร้างให้เกิดความมั่นคงปลอดภัย ได้แก่ การศึกษา สุขภาพอนามัย สิทธิพลเมืองและการเมือง ถ้ามองการพัฒนาเป็นเรื่องการเสริมสร้างสิทธิเสรีภาพให้กับบุคล การพัฒนาเพื่อความมั่นคงของมนุษย์จะต้องขจัดความยากจน และจัดระบบแก้ไขความขัดสนด้อยโอกาสทางสังคม
               การที่บุคคลไม่มีอิสรภาพ เนื่องจากความยากจน อาจเชื่อมโยงไปสู่ความขาดแคลนสิ่งอำนวยความสะดวก  เช่น น้ำสะอาด  การบริการสาธารณสุข  และการศึกษา  รวมทั้งองค์การชุมชนที่อ่อนแอขาดพลังความเข้มแข็งที่ไม่อาจสร้างชุมชนให้มีความสงบสุขสันติได้  รวมทั้งบางกรณีที่รัฐริดรอนอำนาจทางการเมืองและสิทธิพลเมืองจากประชาชน ย่อมทำให้ประชาชนไม่มีส่วนในการกำหนดวิถีชีวิตทางเศรษฐกิจสังคมและการเมืองของชุมชน
               ในความหมายของความมั่นคงของมนุษย์ในการดำเนินงานของหน่วยงาน และกำหนดทิศทางเป้าหมายเป็นเครื่องมือในการสร้างสิทธิเสรีภาพให้ประกอบเป็นหลักดำเนินงาน ดังนี้
               (1)  เสรีภาพทางการเมือง
               (2)  กลไกการอำนวยความสะดวกทางอาชีพ
               (3)  การสร้างโอกาสทางสังคม ได้แก่ การศึกษา การสาธารณสุข
               (4)  การจัดระบบคุ้มครองปลอดภัย  และ
               (5)  การบริหารจัดการที่โปร่งใส
               วาระแห่งอนาคต  ผู้เข้าร่วมประชุมได้ร่วมเสนอสิ่งที่ไม่ได้กล่าวถึงในการประชุมในเรื่องต่างๆ ดังต่อไปนี้
               (1)  การปฏิสัมพันธ์ต่อกันของผู้อยู่ร่วมกันในสังคม ไม่ว่าจะเป็นคนจน ผู้ด้อยโอกาส
               (2)  กองทุนหมู่บ้าน ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ภาวะหนี้สินที่เกิดจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชียแผซิฟิก
               (3)  ความยากจนและการกำหนดตัวชี้วัดความยากจนในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก
               (4)  การปรับสภาพการณ์ของประชาชนให้สอดคล้องและสามารถสร้างความสุข และความมั่นคงตามสิ่งที่พึงปรารถนา และสามารถนำไปสู่เป้าหมายตามี่คาดหวังไว้ได้
               ที่กล่าวไว้ข้างต้น คือ บทสรุปที่ได้จากการประชุมสัมมนาเชิงวิชาการนานาชาติในที่นี้ขอให้ทำความเข้าใจถึงความหมายที่แท้จริงของการพัฒนาสังคม เพื่อเป็นพื้นฐานความเข้าใจไปสู่เป้าหมายของนโยบายความมั่นคงของมนุษย์
               ถ้าได้ทำการศึกษาปรากฏการณ์ และความเป็นไปในสังคมจะพบว่าความยากจนยังปรากฎให้เห็นอยู่ในสังคม ท่ามกลางปัญหาเศรษฐกิจที่ไม่มั่นคง ในทุกประเทศทั่วโลกการพัฒนาเศรษฐกิจจะไม่สอดคล้องกับพัฒนาการของสังคม ปรากฎการณ์เช่นนี้เรียกว่า "การพัฒนาที่บิดเบือน" (distorted development)
               การเกิดปัญหาสังคม เนื่องจากสถานการณ์ "การพัฒนาที่บิดเบือน" จึงทำให้ประเทศที่กำลังพัฒนาใช้หลักการพัฒนาสังคม (Social Development) เป็นแนวนโยบายในการพัฒนาประเทศโดยความหมายของการพัฒนาสังคมสามารถกำหนดหลักการได้หลายแนวทาง ดังนี้
               1. การพัฒนาสังคมเน้นปัญหาโดยนำนโยบายและแผนงานสังคมไปสู่การปฏิบัติ เพื่อการส่งเสริมสวัสดิการสังคม
               2. การพัฒนาสังคมเน้นสาขาวิทยาการที่ประยุกต์ศาสตร์ต่างๆ ในกลุ่มสังคมศาสตร์ โดยยึดหลักการเศรษฐศาสตร์การเมือง (Political Economy) ที่นำไปวิเคราะห์ปัญหาสังคมและทำการแก้ไขปัญหาสังคมโดยวิธีการด้านสวัสดิการสังคม
               3. การพัฒนาสังคมเป็นแนวคิดที่นำกระบวนการเปลี่ยนแปลงและการเจริญเติบโตก้าวหน้า โดยแบ่งกรอบแนวคิดกระบวนการพัฒนาเปลี่ยนแปลง 3 ประการ
                    (1)  ระยะปรากฎการณ์ทางสังคมที่ประสงค์จะทำการเปลี่ยนแปลง
                    (2)  กระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
                    (3)  การบรรลุเป้าหมายของกระบวนการเปลี่ยนแปลง
                    (4)  การพัฒนาสังคม เป็นกระบวนการเปลี่ยนแปลงที่เจริญงอกงามก้าวหน้าโดยธรรมชาติสามารถเห็นผลการพัฒนามนุษย์
                    (5)  กระบวนการพัฒนาสังคมเป็นกระบวนการที่อาศัยการเปลี่ยนแปลงอย่างมีแผนและทิศทางเป้าหมาย
                    (6)  เป้าหมายของการพัฒนาสังคมสามารถบรรลุผลสำเร็จโดยการกำหนดยุทธศาสตร์ ซึ่งสามารถเชื่อมโยงกับกระบวนการนำการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและการพัฒนาเศรษฐกิจ
                    (7)  การพัฒนาสังคมเกี่ยวข้องกับประชากรทุกภาคส่วน โดยที่การพัฒนาสังคมมีความแตกต่างจากการบริจาคให้ทานที่ให้ความสำคัญต่อผู้ยากไร้ การพัฒนาสังคมจะครอบคลุมพื้นที่การพัฒนาตั้งแต่ระดับประเทศ ภูมิภาคชุมชนเมืองและชนบท การพัฒนาสังคมให้ความสนใจต่อกลุ่มที่ถูกละเลยจากการพัฒนา เช่น ความยากจนในแหล่งเสื่อมโทรมและในชนบทกลุ่มด้อยโอกาสและสตรี การพัฒนาสังคมจึงให้การสนับสนุนด้านสวัสดิการสังคมสำหรับกลุ่มคนยากจนดังกล่าว
                    (8)  เป้าหมายของการพัฒนาสังคมคือการส่งเสริมการบริการสวัสดิการสังคม คำว่า "สวัสดิการ" (Walfare) จึงหมายถึง สถานการณ์ความเป็นอยู่ที่ดี ซึ่งจะเกิดขึ้นได้เมื่อสภาพปรากฎการณ์ ปัญหาสังคมได้รับการแก้ไข และสามารถสร้างโอกาสทางสังคมที่ดีขึ้น การจัดบริการสวัสดิการจัดกระทำโดยผ่านกลไกทางสถาบันที่ผสมผสานอยู่ในส่วนของนโยบายสังคมและการพัฒนาเศรษฐกิจ ดังนั้น การพัฒนาสังคมในปัจจุบันจึงผสมผสานหลักการพัฒนาเพื่อส่งเสริมการบริการสวัสดิการ
               ความหมายของการพัฒนาสังคมที่ได้ให้ไว้มีความหลากหลายและให้ความหมายในทิศทางที่แตกต่าง เนื่องจากการพัฒนาสังคมได้มีหลายกลุ่ม หลายองค์กรได้นำไปใช้เป็นหลักในการทำงาน และใช้ในแนวคิดและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นที่แตกต่างกัน
               ผู้ศึกษาด้านการพัฒนาสังคม จำเป็นต้องมีความเข้าใจบทบาทความคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและการนำยุทธศาสตร์ทางสังคมมาใช้ในการดำเนินงานพัฒนาสังคม โดยเฉพาะการทบทวนถึงทิศทางของกระบวนการเปลี่ยนแปลงของสังคม และการนำยุทธศาสตร์ทางสังคมมาใช้ในการดำเนินงานพัฒนาสังคม เช่น การนำนโยบายรัฐสวัสดิการ (Welfare State) และการยอมรับการวางแผนสังคมของประเทศอุตสาหกรรมซึ่งได้กำหนดว่าการพัฒนาสังคมเป็นแนวทางปฏิบัติ (a practical approach) เพื่อไปสู่การส่งเสริมสวัสดิการสังคม กลุ่มประเทศอุตาสหกรรมจึงนำวิธีการบริหารงานสวัสดิการสังคมไปใช้ในประเทศที่เป็นอาณานิคมของตนในระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 2 ต่อมาองค์การสหประชาชาติได้นำหลักการสวัสดิการสังคมมาเป็นส่วนหนึ่งในนโยบายการพัฒนา คำว่า "สวัสดิการสังคม" จึงเป็นที่รู้จักอย่างแพร่หลายตั้งแต่นั้นมา โดยกำหนดเป็นหลักการว่าการพัฒนาสังคมเป็นแนวทางปฏิบัติเพื่อไปสู่นโยบายสวัสดิการสังคมของประเทศ
               ความผันแปรในนโยบายการพัฒนาประเทศของกลุ่มประเทศอุตสาหกรรม ทำให้เห็นถึงวิวัฒนาการของการพัฒนาสังคมในปัจจุบัน ผู้ศึกษาด้านการพัฒนาสังคมจึงต้องทำความเข้าใจกับแนวคิด ลักษณะการเปลี่ยนแปลงของสังคมและวิถีทางที่ส่งผลไปสู่การเปลี่ยนแปลงของสังคม ในขณะเดียวกันผู้ศึกษาด้านการพัฒนาสังคมจะต้องทำความเข้าใจต่อการกำหนดนโยบายการจัดบริการสวัสดิการ และนโยบายการวางแผนพัฒนาเศรษฐกิจ เพราะปัจจัยอิทธิพลเหล่านี้มีผลต่อแนวทางปฏิบัติในการพัฒนาสังคม

 

(หน้าหลัก)