มติที่ประชุมโดยย่อ  คณะกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ครั้งที่ ๑๗๖ (๑๐/๒๕๕๕)  วันที่ ๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๕
ณ  ห้องประชุมสุพรรณกัลยา ๓ อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น ๓


[วาระที่ 1] [วาระที่ 2] [วาระที่ 3] [วาระที่ 4] [วาระที่ 5] [วาระที่ 6]

ระเบียบวาระที่ 6    เรื่อง อื่น ๆ

๗.๑ การกำหนดการประชุมสภามหาวิทยาลัย

 

              เดือนพฤศจิกายน ๒๕๕๕ วันอาทิตย์ที่ ๒๕ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องสุพรรณกัลยา ๓ อาคารสำนักงาน อธิการบดี ชั้น ๓ มหาวิทยาลัยนเรศวร
เดือนธันวาคม ๒๕๕๕ จากเดิม วันอาทิตย์ที่ ๓๐ ธันวาคม ๒๕๕๕ เปลี่ยนเป็น วันอาทิตย์ที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลา ๐๙.๐๐ น. ณ ห้องสุพรรณกัลยา ๓ อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น ๓ มหาวิทยาลัยนเรศวร
  มติ รับทราบ
     
๗.๒ เอกสารจากหน่วยงานต่างๆ

 

              วิทยาลัยนานาชาติ
๑. International Monograph Series NU. 1 “OPEN SOURCE COMPETENCY CERTIFICATION IN PROFESSIONAL TRAINING”
๒. International Monograph Series NU. 2 “FROM INSTRUCTIONAL MODELS TO RESEARCH DESIGNS : CUTTING EDGE TRENDS
กองบริหารการวิจัย
วารสารมหาวิทยาลัยนเรศวร ปีที่ ๒๐ ฉบับที่ ๑ ประจำเดือนมกราคม – เมษายน ๒๕๕๕
สำนักงานสภาอาจารย์
การประชุมวิชาการ ประจำปี ๒๕๕๕ ของที่ประชุมประธานสภาอาจารย์มหาวิทยาลัยแห่งประเทศไทย (ปอมท.) เรื่อง “อุดมศึกษาไทย คุณภาพก้าวไกลสู่ประชาคมอาเซียน”
  มติ รับทราบ
     
๖.๑ การขอความเห็นชอบงบประมาณผูกพันมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตพิจิตร

 

              ตามที่ มหาวิทยาลัยนเรศวร ได้จัดทำโครงการจัดตั้งมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตพิจิตร เพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ โดยใช้ระบบการศึกษาระดับอุดมศึกษา รองรับการขยายตัวของภาคการเกษตร อุตสาหกรรม และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งเป็นการตอบสนองนโยบายหนึ่งมหาวิทยาลัยหนึ่งจังหวัดนั้น
ในการนี้ กองบริการเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร จึงขอความเห็นชอบงบประมาณผูกพันมหาวิทยาลัยนเรศวร วิทยาเขตพิจิตร
ข้อเสนอแนะของกรรมการสภามหาวิทยาลัย
ศาสตราจารย์ ดร.สุจินต์ จินายน อธิการบดี ได้ชี้แจงว่า
การตั้งวิทยาเขตพิจิตร ต่อไปในอีก ๕ ปีข้างหน้า ถ้าสถานการณ์เอื้ออำนวยก็จะยกฐานะเป็นมหาวิทยาลัยเพื่อให้เติบโตและเข้มแข็งทางวิชาการ ทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษาในการพัฒนาจังหวัดด้วย แต่จะไม่ใช้เงินงบประมาณของมหาวิทยาลัยนเรศวร การเสนอเรื่องนี้ให้สภามหาวิทยาลัยได้พิจารณาก่อนนำเสนอคณะรัฐมนตรีก็เพื่อทำความตกลงกับสำนักงบประมาณเป็น มติคณะรัฐมนตรีออกมาชัดเจน ถ้าคณะรัฐมนตรีไม่มีมติออกมาก็จะไม่ดำเนินการต่อไป เพราะฉะนั้นวันนี้เป็นหน้าที่ของฝ่ายการเมือง หรือ สส. ในจังหวัดพิจิตรจะต้องช่วยผลักดันให้ฝ่ายการเมืองให้การสนับสนุนโครงการนี้
กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ ได้ให้ข้อเสนอแนะ รวม ๔ ประเด็นดังนี้
๑. ควรมีแผนดำเนินการให้ชัดเจน เพื่อให้โครงการนี้บรรลุผลสำเร็จ และไม่เป็นภาระเชิงงบประมาณของมหาวิทยาลัยนเรศวร
๒. โครงสร้างพื้นฐานสำคัญมาก เคยมีกรณีตัวอย่างการออกแบบก่อสร้างมหาวิทยาลัย ธรรมศาสตร์ และ AIT ไม่ใช้วิธีการถมที่แต่ใช้การสร้างเขื่อนดินล้อมรอบ ซึ่งสามารถป้องกันน้ำท่วมได้ ถ้าทำโครงสร้างพื้นฐานขอให้พิจารณาประเด็นนี้มากกว่าการถมที่ดิน ซึ่งจังหวัดพิจิตรน้ำท่วมเสมอ
๓. การเสนอโครงการนี้เพื่อของบประมาณผูกพันในระยะ ๕ ปี เป็นเรื่องที่ควรสนับสนุน เพื่อให้ โครงการบรรลุผลสำเร็จตามนโยบาย และต้องชี้แจงให้คณะรัฐมนตรีและฝ่ายการเมืองได้เข้าใจประโยชน์ที่จะได้รับ ในอนาคต
๔. การขอผูกพันโครงการขนาดใหญ่ในลักษณะนี้ ควรมีแผนสำรองไว้ด้วย เพราะรัฐบาลอาจจัดสรรให้ได้ไม่ครบวงเงินตามที่ขอ สมควรที่จะมีการรณรงค์รายได้นอกงบประมาณมาสมทบบางส่วน โดยเฉพาะ การชี้แจงให้นักการเมืองระดับท้องถิ่นและจังหวัดได้เข้าใจและสนับสนุนให้เต็มที่
  มติ ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบงบประมาณผูกพันมหาวิทยาลัยนเรศร วิทยาเขตพิจิตร
     
๖.๒ การขอความเห็นชอบและให้ข้อเสนอแนะแผนการวิจัยแบบมุ่งเป้า ๕ ปี สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ ๑๑ แห่ง มหาวิทยาลัยนเรศวร

 

              ด้วยมหาวิทยาลัยนเรศวร ขอเสนอแผนการวิจัยแบบมุ่งเป้า ๕ ปี สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการ ๑๑ แห่ง มหาวิทยาลัยนเรศวร ดังนี้
๑. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านคณิตศาสตร์
๒. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และวัสดุขั้นสูง
๓. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
๔. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม
๕. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม
๖. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว
๗. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านนวัตกรรมทางเคมี
๘. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านอนามัยสิ่งแวดล้อมและพิษวิทยา
๙. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีชีวภาพทางการแพทย์
๑๐. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านฟิสิกส์
๑๑. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีชีวภาพเกษตร
ข้อเสนอแนะของกรรมการสภามหาวิทยาลัย
๑. ควรปรับเป้าหมายและกลยุทธ์ของสถานฯ ให้ชัดเจน ลุ่มลึกยิ่งขึ้น ทั้งนี้เพื่อแสดงให้เห็นว่าผลการวิจัยดังกล่าวตอบสนองความต้องการของประเทศ และโดยเฉพาะอย่างยิ่งชุมชนในพื้นที่ (หรือตำบล)โดยรอบมหาวิทยาลัยนเรศวรที่ได้รับการพัฒนาอันเป็นผลสะท้อนจากผลการวิจัย
๒. ครุภัณฑ์เพื่อการวิจัยของสถานฯ ทั้ง ๑๑ แห่ง ของมหาวิทยาลัยนเรศวร ที่สถานฯ นำเสนอหลายรายการมีความซ้ำซ้อนกัน ควรมีเป้าหมายหรือการใช้ร่วมกันที่ชัดเจน
๓. สถานฯ ควรมีความร่วมมือประสานงานอย่างบูรณาการ ระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ให้มีการทำงานที่เชื่อมโยงหลากหลายของหน่วยงาน เช่น ทุ่งแสลงหลวง ควรประสานงานความร่วมมือเพื่อพัฒนางานร่วมกัน ซึ่งสามารถร่วมดำเนินการร่วมกับศูนย์พัฒนาความหลากหลายทางชีวภาพ ศูนย์อนุรักษ์สิ่งแวดล้อม ศูนย์เทคโนโลยี ศูนย์เศรษฐศาสตร์และการบริการ เป็นต้น
๔. ควรมีกลไก/เกณฑ์/ตัวชี้วัด กำหนดว่ามีผลงานวิจัยที่ตีพิมพ์เท่าไหร่/ศูนย์/หน่วย/ปี และควรมีการให้รางวัลเชิดชูเกียรติ ในงานวิจัยที่ตีพิมพ์ระดับชาติ และนานาชาติ โดยทั้งนี้ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไข กฎเกณฑ์ และทิศทางที่กำหนดไว้
๕. ควรมีระบบการติดตามและประเมินผล
  มติ ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบแผนการวิจัยแบบมุ่งเป้า ๕ ปี สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศ ทางวิชาการ ๑๑ แห่ง มหาวิทยาลัยนเรศวร ดังนี้
๑. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านคณิตศาสตร์
๒. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านปิโตรเลียม ปิโตรเคมี และวัสดุขั้นสูง
๓. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านความหลากหลายทางชีวภาพ
๔. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีพลังงานและสิ่งแวดล้อม
๕. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านวิจัย และนวัตกรรมเพื่อสิ่งแวดล้อม
๖. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านเทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยว
๗. สถานวิจัยเพื่อความเป็นเลิศทางวิชาการด้านนวัตกรรมทางเคมี
     
๖.๓ การขอหารือแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหาร ระดับคณบดีที่ไม่สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินตัวบ่งชี้ที่ ๑๓ (สมศ)

 

              ตามที่ มหาวิทยาลัย ได้มีนโยบายกำหนดให้มีการประเมินผู้บริหารโดยคณะกรรมการที่ สภามหาวิทยาลัยแต่งตั้ง โดยสภามหาวิทยาลัยนเรศวร ได้ออกประกาศสภามหาวิทยาลัยนเรศวร เรื่องกำหนด หลักเกณฑ์การติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับคณะหรือหน่วยงานที่เทียบเท่าคณะ ฉบับ ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๔ นั้น
เนื่องจากตามประกาศฯ “ข้อ ๙ การติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหาร ให้กำหนด รอบระยะเวลาการประเมินเป็น ๒ ปีต่อครั้ง โดยให้ดำเนินการเมื่อผู้บริหารดำรงตำแหน่งครบ ๒ ปี นับจากวันที่รับตำแหน่งและหรือนับจากการประเมินครั้งแรก” ไม่สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินคุณภาพภายนอก (สมศ.) รอบสาม (พ.ศ.๒๕๕๔ - ๒๕๕๘) ตัวบ่งชี้ด้านการบริหารและการพัฒนาสถาบัน ตัวบ่งชี้ที่ ๑๓ การปฏิบัติตาม บทบาทหน้าที่ของผู้บริหารสถาบัน ซึ่งเกณฑ์การให้คะแนน ใช้ค่าคะแนนการประเมินผู้บริหารโดย คณะกรรมการที่สภาสถาบันแต่งตั้ง (คะแนนเต็ม ๕) ระดับสถาบัน ผู้บริหาร หมายถึง อธิการบดี ระดับคณะ ผู้บริหาร หมายถึง คณบดีส่งผลให้การประเมินในรอบปีการศึกษา ๒๕๕๔ การประเมินระดับคณะวิชาบางคณะ วิชาที่ผู้บริหารดำรงตำแหน่งไม่ครบ ๒ ปี ไม่ได้รับการประเมิน ทำให้ได้คะแนนเป็น ๐ และยังส่งผลกระทบต่อผล การประเมินในภาพรวมระดับมหาวิทยาลัย
กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงขอหารือเกี่ยวกับรอบระยะเวลาการประเมินฯ และแนวทางการ ประเมินผู้บริหารระดับคณะวิชาที่ผู้บริหารดำรงตำแหน่งไม่ครบ ๒ ปี ดังนี้
๑. ให้มีการประเมินผู้บริหารระดับคณะหรือหน่วยงานที่เทียบเท่าคณะทุกปี โดยให้ใช้ข้อมูลจาก ผลการดำเนินงานดำเนินงานระดับคณะในรอบปี เพื่อรองรับการประเมินคุณภาพการศึกษา ภายใน (สกอ.) ตัวบ่งชี้ที่ ๗.๑
๒. ให้มีการปรับค่าคะแนนการประเมินผู้บริหารระดับคณะหรือหน่วยงานที่เทียบเท่าคณะ ตามเกณฑ์การประเมินตัวบ่งชี้ที่ ๑๓ (สมศ.) จากคะแนนเต็ม ๓ เป็นคะแนนเต็ม ๕
๓. สำหรับการรับการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก รอบสาม (สมศ.) ขอใช้ข้อมูล ๑ ปี ผลการประเมินในรอบปีการศึกษา ๒๕๕๔ เนื่องจากเกณฑ์การให้คะแนน ใช้ค่าคะแนนการประเมินผู้บริหารโดยคณะกรรมการที่สภาสถาบันแต่งตั้ง ซึ่งสภามหาวิทยาลัยได้กำหนด กลไกการประเมินผู้บริหารฯ โดยการออกข้อบังคับฯ ในวงรอบปีการศึกษา ๒๕๕๔ (๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๔)
ซึ่งคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัยมหาวิทยาลัย ในคราวประชุม ครั้งที่ ๒๐/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๕ พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว จึงนำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาข้อหารือแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหาร ระดับคณบดีที่ไม่สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินตัวบ่งชี้ที่ ๑๓ (สมศ.) เพิ่มเติม ดังนี้
๑. ขอความเห็นชอบให้มีการประเมินผู้บริหารระดับคณะหรือหน่วยงานที่เทียบเท่าคณะทุกปี โดยให้ใช้ข้อมูลจากผลการดำเนินงานระดับคณะในรอบปี
ส่วนการประเมินผู้บริหารที่มีคณะกรรมการที่แต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัย ให้มีการประเมินทุกๆ ๒ ปี เช่นเดิม
๒. ขอความเห็นชอบให้มีการปรับคะแนนการประเมินผู้บริหารระดับคณะหรือหน่วยงานเทียบเท่าคณะ โดยปรับระดับคะแนนการประเมินจากคะแนนเต็ม ๓ เป็นคะแนนเต็ม ๕ ตามเกณฑ์การประเมินตัวบ่งชี้ที่ ๑๓ (สมศ.)
๓. ขอความเห็นชอบให้ใช้ข้อมูล ๑ ปี ในปีการศึกษา ๒๕๕๔ สำหรับผลการประเมินผู้บริหารตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด สำหรับการรับการตรวจประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม (สมศ.) ตัวบ่งชี้ที่ ๑๓ ระดับคณะ/วิทยาลัย จำนวน ๑๐ คณะ ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร และวิทยาลัยนานาชาติ
๔. เนื่องจากคณะวิชาที่เหลืออีก ๘ คณะ ยังไม่ครบรอบของการประเมินตามกลไกการประเมินที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด และบางคณะอยู่ระหว่างดำเนินการประเมิน ให้ประเมินหน่วยงานที่บริหารมาแล้วครบ ๑ ปี เป็นกรณีพิเศษ ภายในเดือนมกราคม ๒๕๕๖ ส่วนผู้บริหารที่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ครบ ๑ ปี ให้ใช้ผลการดำเนินงานเป็น N/A สำหรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม
  มติ ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติเห็นชอบแนวทางการประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหาร ระดับคณบดี ที่ไม่สอดคล้องกับเกณฑ์การประเมินตัวบ่งชี้ที่ ๑๓ (สมศ.) ดังนี้
๑. เห็นชอบให้มีการประเมินผู้บริหารระดับคณะหรือหน่วยงานที่เทียบเท่าคณะทุกปี โดยให้ใช้ข้อมูลจากผลการดำเนินงานระดับคณะในรอบปี
ส่วนการประเมินผู้บริหารที่มีคณะกรรมการที่แต่งตั้งจากสภามหาวิทยาลัย ให้มีการประเมินทุก ๆ ๒ ปี เช่นเดิม ตามประกาศสภามหาวิทยาลัย เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การติดตามประเมินผลการปฏิบัติงานของผู้บริหารระดับคณะหรือหน่วยงานที่เทียบเท่าคณะ ลงวันที่ ๑๑ ธันวาคม ๒๕๕๔
๒. เห็นชอบให้มีการปรับคะแนนการประเมินผู้บริหารระดับคณะหรือหน่วยงานเทียบเท่าคณะ โดยปรับระดับคะแนนการประเมินจากคะแนนเต็ม ๓ เป็นคะแนนเต็ม ๕ ตามเกณฑ์การประเมินตัวบ่งชี้ที่ ๑๓ (สมศ.)
๓. เห็นชอบให้ใช้ข้อมูล ๑ ปี ในปีการศึกษา ๒๕๕๔ สำหรับผลการประเมินผู้บริหารตามที่สภามหาวิทยาลัยกำหนด สำหรับการรับการตรวจประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม (สมศ.) ตัวบ่งชี้ที่ ๑๓ ระดับคณะ/วิทยาลัย จำนวน ๑๐ คณะ ได้แก่ คณะวิทยาศาสตร์การแพทย์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะพยาบาลศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ คณะเกษตรศาสตร์ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะบริหารธุรกิจ เศรษฐศาสตร์และการสื่อสาร และวิทยาลัยนานาชาติ ส่วนคณะวิชาที่เหลือ ๘ คณะ ให้ใช้ N/A
     
๖.๔ การเตรียมความพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ปีงบประมาณพ.ศ. ๒๕๕๖

 

              ด้วยสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ได้กำหนดช่วงเวลาการประเมินคุณภาพการศึกษาภายนอก รอบสาม สถาบันอุดมศึกษา ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๖ ระหว่างวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ – ๓๐ เมษายน ๒๕๕๖ โดยขอให้มหาวิทยาลัยดำเนินการดังนี้
๑. จัดส่งข้อมูลเบื้องต้นของมหาวิทยาลัย พร้อมรายชื่อผู้ประเมินจำนวน ๑๐ รายชื่อ จากรายชื่อ ผู้ประเมินภายนอกที่ได้รับการรับรองจาก สมศ. จัดส่งให้ สมศ.ภายในวันที่ ๓๑ ตุลาคม ๒๕๕๕
๒. จัดส่งรายงานการประเมินตนเอง (SAR) เพื่อรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม โดยใช้ผลการดำเนินงาน ๓ ปี ก่อนปีที่ประเมิน ตัวบ่งชี้เชิงปริมาณ ให้ใช้ผลการดำเนินงานของปีการศึกษา หรือปีปฏิทินพ.ศ. ๒๕๕๒, ๒๕๕๓ และ ๒๕๕๔ ส่วนตัวบ่งชี้เชิงคุณภาพ ให้ใช้ผลการดำเนินงานของปีการศึกษา หรือปีปฏิทิน พ.ศ. ๒๕๕๔ ของทุกคณะวิชา/ศูนย์ การจัดการศึกษานอกสถานที่ตั้ง (เทียบเท่าคณะวิชา) คณะวิชาหรือศูนย์ละ ๑ เล่ม และระดับสถาบัน ๑ เล่ม พร้อมบันทึกไฟล์รายงานการประเมินตนเองดังกล่าวเป็น Word File และ pdf. File จำนวน ๓ แผ่น จัดส่งให้ สมศ. ภายในวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖
ดังนั้น เพื่อให้การเตรียมความพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอก เป็นไปด้วยความเรียบร้อย พร้อมรับการประเมินฯ ทันตามเวลาดังกล่าว กองพัฒนาคุณภาพการศึกษา จึงขอให้มหาวิทยาลัยพิจารณาการเตรียมความพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสาม ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศกึษา (องค์การมหาชน) ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ ดังนี้
๑. พิจารณารายชื่อผู้ประเมินจากบัญชีรายชื่อ ของ สมศ. จำนวน ๑๐ รายชื่อ
๒. พิจารณาการใช้ผลการดำเนินงานเพื่อจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR)
๒.๑ ตัวบ่งชี้เชิงปริมาณ ข้อมูล ๓ ปี (ตัวบ่งชี้ที่ ๑) เป็นตัวบ่งชี้ที่มีการเก็บข้อมูลอย่าง ต่อเนื่อง ปรากฏในระบบฐานข้อมูล สกอ. รายงานข้อมูลตามเกณฑ์ได้
๒.๒ ตัวบ่งชี้เชิงปริมาณ ข้อมูล ๒ ปี (ตัวบ่งชี้ ๒,๓,๔,๕,๖,๗,๘,๑๒,๑๓,๑๔ และ ๑๕)
โดยมีเงื่อนไข ดังนี้
(๑) ตัวบ่งชี้ที่ ๒ เนื่องจากกรอบมาตรฐาน TQF เริ่มใช้ปี ๒๕๕๓ ซึ่งในแบบสอบถาม ที่ถามบัณฑิต ที่จบปีการศึกษา ๒๕๕๓ (นิสิตจะรับปริญญาปี พ.ศ. ๒๕๕๔) ดังนั้น จึงขอใช้ข้อมูลปีการศึกษา ๒๕๕๔ เท่านั้น
(๒) ตัวบ่งชี้ที่ ๑๓ ระดับมหาวิทยาลัย ใช้ข้อมูล ๒ ปี ระดับคณะ/วิทยาลัย ใช้ข้อมูล ๑ ปีการศึกษา ๒๕๕๔ จำนวน ๑๐ คณะ ส่วนคณะวิชาที่เหลือขออนุมัติ ดำเนินการกรอกข้อมูล N/A เนื่องจากระบบกลไกการประเมินที่สภามหาวิทยาลัย กำหนดให้มีการประเมินคณบดีทุกรอบ ๒ ปี ทำให้มีคณะวิชาที่มีการเปลี่ยน ผู้บริหารจะไม่มีผลการประเมินในวงรอบ
๒.๓ ตัวบ่งชี้เชิงคุณภาพ ข้อมูล ๑ ปี ตัวบ่งชี้ ๙,๑๐,๑๑,๑๖.๑,๑๗, ๑๘.๑ และ ๑๘.๒ - ตัวบ่งชี้ ที่ ๑๖.๑ ,๑๗ คณะวิชา สามารถดึงข้อมูลของมหาวิทยาลัยไปใส่ในผลการ ดำเนินงาน สำหรับเกณฑ์ข้อที่ ๑-๓ เท่านั้น และกรณีที่คณะดำเนินการร่วมกับ มหาวิทยาลัยจะต้องรายงานไว้ใน SAR ของคณะ และแสดงหลักฐานการดำเนินงาน ด้วย โดยให้ใช้ผลการประเมินของมหาวิทยาลัย
๓. พิจารณาปฏิทินการดำเนินงาน ด้านการประกันคุณภาพภายนอกของ สมศ. รอบสามเพื่อให้ ทุกหน่วยงานใช้เป็นแนวทางในการดำเนินงานให้แล้วเสร็จทันเวลา
ซึ่งคณะกรรมการบริหารมหาวิทยาลัย ในคราวประชุม ครั้งที่ ๒๐/๒๕๕๕ เมื่อวันที่ ๑๖ ตุลาคม ๒๕๕๕ พิจารณาให้ความเห็นชอบแล้ว จึงนำเสนอสภามหาวิทยาลัยเพื่อพิจารณาการเตรียมความพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบสามของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ (ระหว่างวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ - ๓๐ เมษายน ๒๕๕๖) ดังนี้
๑. ขอความเห็นชอบให้เสนอรายชื่อผู้ประเมิน ให้สำนักรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) พิจารณา ดังนี้
๑.๑ ประธานกรรมการ ให้เสนอชื่อ ดังนี้
ชุดที่ ๑
๑. ศาสตราจารย์ ดร.ธีระ สูตะบุตร
๒. ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์
๓. รองศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ เที่ยงตรง
ชุดที่ ๒
๑. รองศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ
๒. ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงศ์ พรหมพงศ์
๓. รองศาสตราจารย์ประดิษฐ์ มีสุข
๑.๒ มอบคณบดีแต่ละกลุ่มสาขาประชุมหารือร่วมกัน เพื่อเสนอรายชื่อกรรมการประเมินกลุ่มสาขาวิชาละ ๑๐ คน ส่งให้กองพัฒนาพัฒนาคุณภาพ ภายในวันที่ ๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๕
๒. ขอความเห็นชอบการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ให้เตรียมข้อมูลสำหรับการประเมินดังนี้
๒.๑ ตัวบ่งชี้เชิงปริมาณ ใช้ข้อมูลปีการศึกษา ๒๕๕๓ และปีการศึกษา ๒๕๕๔ โดยยกเว้น ข้อมูล ปีการศึกษา ๒๕๕๒ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงตัวบ่งชี้
๒.๒ ตัวบ่งชี้เชิงคุณภาพ ใช้ข้อมูลปีการศึกษา ๒๕๕๔
๓. ขอความเห็นชอบให้แต่ละคณะจัดส่งรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ฉบับสมบูรณ์ ภายใน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๕ เพื่อที่กองพัฒนาคุณภาพการศึกษาจะได้จัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ของมหาวิทยาลัยเสนอคณะกรรมการประเมินต่อไป
๔. ขอความเห็นชอบปฏิทินการดำเนินงาน ด้านการประกันคุณภาพภายนอกของ สมศ. รอบสาม ตามที่กองพัฒนาคุณภาพการศึกษาเสนอ
  มติ ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติ รับทราบการเตรียมความพร้อมรับการประเมินคุณภาพภายนอก รอบสาม ของสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การมหาชน) ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๖ (ระหว่างวันที่ ๑ กุมภาพันธ์ - ๓๐ เมษายน ๒๕๕๖) ดังนี้
๑. รับทราบรายชื่อผู้ประเมิน ดังนี้ ประธานกรรมการ
ชุดที่ ๑
๑. ศาสตราจารย์ ดร.ธีระ สูตะบุตร
๒. ศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ ธำรงธัญวงศ์
๓. รองศาสตราจารย์ ดร.อานนท์ เที่ยงตรง
ชุดที่ ๒
๑. รองศาสตราจารย์ ดร.สุจิตรา เหลืองอมรเลิศ
๒. ศาสตราจารย์ ดร.ชัยยงศ์ พรหมพงศ์
๓. รองศาสตราจารย์ประดิษฐ์ มีสุข
๒. เห็นชอบการจัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ให้เตรียมข้อมูลสำหรับการประเมิน ดังนี้
๒.๑ ตัวบ่งชี้เชิงปริมาณ ใช้ข้อมูลปีการศึกษา ๒๕๕๓ และปีการศึกษา ๒๕๕๔ โดยยกเว้น ข้อมูลปีการศึกษา ๒๕๕๒ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงตัวบ่งชี้
๒.๒ ตัวบ่งชี้เชิงคุณภาพ ใช้ข้อมูลปีการศึกษา ๒๕๕๔
๓. รับทราบให้แต่ละคณะจัดส่งรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ฉบับสมบูรณ์ ภายใน ๒๘ ธันวาคม ๒๕๕๕ เพื่อที่กองพัฒนาคุณภาพการศึกษาจะได้จัดทำรายงานการประเมินตนเอง (SAR) ของมหาวิทยาลัยเสนอคณะกรรมการประเมินต่อไป
๔. รับทราบปฏิทินการดำเนินงาน ด้านการประกันคุณภาพภายนอกของ สมศ. รอบสาม ตามที่กองพัฒนาคุณภาพการศึกษาเสนอ